วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เรื่องที่ 3 ผลของความหลากหลายทางชีวภาพและแนวทางการดูแลและรักษา



ผลการเรียนรู้
ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
1. สืบค้นข้อมูลอภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับความหมายและองค์ประกอบของระบบนิเวศ
2. สืบค้นข้อมูลอภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับความหมายและองค์ประกอบของความหลากหลายทางชีวภาพ

3. สืบค้น ข้อมูลอภิปราย อธิบายและนำเสนอผลของความหลากหลายทางชีวภาพและแนวทางการดูแลรักษา

4. ศึกษาและทำกิจกรรมความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น

5. สืบค้นข้อมูล อภิปรายและอธิบายต้นกำเนิด แหล่งที่มาโครงสร้างหน้าที่การทำงานและประโยชน์ของพืชกินแมลงหม้อข้าวหม้อแกงลิงได้

6. ศึกษาและทำกิจกรรม นำพืชในท้องถิ่นหม้อข้าวหม้อแกงลิงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 




จุดประสงค์การเรียนรู้
เรื่อง ผลของความหลากหลายทางชีวภาพและแนวทางการดูแลและรักษา
          1. นักเรียนอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์ได้
          2. นักเรียนเสนอแนวทางในการดูแลและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพได้
          3. นักเรียนอธิบายผลของเทคโนโลยีชีวภาพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้
สาระสำคัญ
        มนุษย์รู้จักวิธีการนำความหลากหลายทางชีวภาพมาใช้ประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งใช้เพื่อดำรงชีวิต เช่น เป็นยารักษาโรค เป็นอาหาร เป็นต้น ทั้งในด้านอุตสาหกรรม เช่น การผลิตเชื้อเพลิง เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น  การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต จำเป็นต้องมีการจัดสรรและเลือกใช้อย่างเป็นระบบที่เหมาะสม เนื่องจากสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถสูญเสียหรือหมดไปจากแหล่งที่อยู่อาศัยในระบบนิเวศได้ หากมีการบุกรุกหรือการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศนั้นอย่างไม่เหมาะสม เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ป่า หรือการเก็บพืชพรรณในป่าออกมามากเกินควร การปล่อยสารพิษลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นต้น การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพจึงควรมีการดูแลเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (sustainable development) คือ ไม่เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูญเปล่า และไม่ก่อให้เกิดการสูญสิ้นของชนิดหรือสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศนั้น ในปัจจุบันนี้มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งก็คือ เทคโนโลยีที่สามารถนำสิ่งมีชีวิตหรือผลผลิตของสิ่งมีชีวิตมาปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์เอง โดยมนุษย์รู้จักการใช้เทคโนโลยีชีวภาพกันมานานแล้ว ตั้งแต่การใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำน้ำปลา ซีอิ้ว การหมักแอลกอฮอล์ การถนอมอาหารต่างๆ เป็นต้น การใช้เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร เช่น การปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ให้เพิ่มผลผลิตมากขึ้น และการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เช่นการใช้ยาสมุนไพรรักษาโรคและบำรุงร่างกาย เป็นต้น ในยุคปัจจุบันการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพต่างๆ มีรูปแบบที่ทันสมัยและสามารถให้ผลผลิตอย่างรวดเร็วมากขึ้น การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพทั้งยังมีการผสมผสานวิชาการหลากหลายสาขาเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ความรู้ทางด้านชีววิทยา เคมี ชีวเคมี ไปจนถึงฟิสิกส์และวิศวกรรมสาขาต่างๆ ด้วย จึงจัดได้ว่าเทคโนโลยีชีวภาพเป็นสหวิทยาการที่นำความรู้พื้นฐานด้านต่างๆ เกี่ยวกับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
ใบความรู้ที่ 1
ผลของความหลากหลายทางชีวิภาพที่มีต่อมนุษย์
       มนุษย์รู้จักวิธีการนำความหลากหลายทางชีวภาพมาใช้ประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งใช้เพื่อดำรงชีวิต เช่น เป็นอาหาร ยารักษาโรค เป็นต้น และในด้านอุตสาหกรรม เช่น การผลิตเชื้อเพลิง เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น โดยลักษณะการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพสามารถกล่าวโดยสรุปได้เป็นด้านๆ ดังนี้
1.  ด้านการเกษตร มนุษย์มีการใช้พืชประมาณ 200 ชนิด ในการเพาะปลูกเป็นอาหาร โดยส่วนใหญ่จะเป็นพืชที่สามารถผลิตสารอาหารจำพวกแป้งได้ เช่น ข้าวโพด มันฝรั่ง ข้าว เป็นต้น พืชที่มนุษย์นำมาใช้เพาะปลูกเหล่านี้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยพืชหนึ่งชนิดอาจมีสายพันธุ์ที่มีลักษณะแตกต่างกันมากมาย เช่น ข้าวบางสายพันธุ์ให้ผลผลิตสูงแต่มีความทนทานสูง เป็นต้น
ภาพที่ 1 การผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ทำให้เกิดเป็นพันธุ์ข้าวโพดต่างๆ ที่มีข้อดีแตกต่างกัน

ที่มา http://static.tlcdn2.com/data/6/pictures/0213/10-11-2012/p1797lahuba4q1oe925r155cue43.jpg



มนุษย์ใช้ประโยชน์จากสายพันธุ์ต่างๆ ของพืช โดยนำพืชแต่ละสายพันธุ์ที่มีข้อดีแตกต่างกันมาผสมพันธุ์กันและคัดเลือกให้ได้ต้นพืชสายพันธุ์ใหม่ ที่มีลักษณะดีตามต้องการ ตัวอย่างพืชที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ ได้แก่ ข้าวพันธุ์ กข6 ข้าวเจ้าพันธุ์พิษณุโลก 2 เป็นต้น
ในประเทศไทยมีการศึกษา และการเก็บรักษาพันธุ์พืชทางการเกษตรชนิดต่างๆ ไว้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถปรับปรุงพันธุ์พืชให้มีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศในประเทศไทยได้ เช่น สถานีวิจัยพืชไร่สุวรรณวาจกกสิกิจ จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น
2.  ด้านการแพทย์  ตั้งแต่สมัยโบราณมา  มนุษย์มีความรู้เกี่ยวกับการใช้พืชสมุนไพรต่างๆ ในการบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดมาในลักษณะของยาแผนโบราณ ทำให้พืชสมุนไพรต่างๆ ถูกเก็บจากป่านำมาใช้กันอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้พืชสมุนไพรเหล่านี้มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงแล้วพืชพันธุ์ที่มีความใกล้เคียง ก็อาจมีสารที่สำคัญที่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ดังนั้น หากมีความหลากหลายทางชีวภาพของพืชสูงจะทำให้สามารถใช้ทดแทนกันได้ ดังนั้นหากมีความหลากหลายทางชีวภาพของพืชสูงจะทำให้สามารถเลือกใช้พืชหลายชนิดเพื่อรักษาโรคได้มากขึ้น
ภาพที่ 2 ดองดึง นอกจากมีประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว ยังมีประโยชน์ในการใช้เป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีลักษณะดอกที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์
ที่มา
 http://image-3.megazy.com
             นอกจากการใช้ประโยชน์ในลักษณะพืชสมุนไพรแล้ว ปัจจุบันยังมีการนำพืชมาสกัดเอาสารสำคัญภายในต้นพืชเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ด้วย เช่น เปล้าน้อยมีสารเปลาโนทอล (Planotol) ซึ่งสามารถนำมาใช้รักษาโรคกระเพาะและลำไส้ ดองดึงมีสารโคลชิซีน (Colchicine) ซึ่งสามารถใช้รักษาโรคไขข้ออักเสบ และมะเร็ง เป็นต้น
          3. ด้านการอุตสาหกรรม พืชและสัตว์หลายชนิดถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรมหลายประการ เช่น การใช้น้ำมันจากพืชพวกปาล์มน้ำมัน สบู่ดำ และละหุ่ง มาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง การใช้เส้นใยพืชและสัตว์ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เช่น ฝ้าย ปอ ไหม ขนสัตว์ต่างๆ เป็นต้น นอกจากการใช้ประโยชน์จากพืชและสัตว์แล้ว ยังมีการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ต่างๆ ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เพื่อเป็นแหล่งผลิตสารที่สำคัญต่างๆ ในเชิงอุตสาหกรรมด้วย เช่น การใช้ยีสต์ในการผลิตแอลกอฮอล์ การใช้แบคทีเรียในการผลิตนมเปรี้ยว เป็นต้น
ภาพที่ 3 ฝ้าย เส้นใยจากพืชที่นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ที่มา  http://myfreezer.files.wordpress.com/2007/08/organic-cotton-04.jpg





ใบความรู้ที่ 2

แนวทางการดูแลและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
          การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต จำเป็นต้องมีการจัดสรรและเลือกใช้อย่างเป็นระบบที่เหมาะสม เนื่องจากสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถสูญเสียหรือหมดไปจากแหล่งที่อยู่อาศัยในระบบนิเวศได้ หากมีการบุกรุกหรือการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศนั้นอย่างไม่เหมาะสม เช่น ตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ป่าหรือการเก็บพืชพรรณในป่าออกมามากเกินควร การปล่อยสารพิษลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นต้น 
          การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพจึงควรมีการดูแลเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (sustainable development) คือ ไม่เกิดการสูญเสียทรัพยากรชีวภาพอย่างสูญเปล่า และไม่ก่อให้เกิดการสูญสิ้นของชนิดหรือสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศนั้น ซึ่งแนวทางการดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพนั้น สามารถปฏิบัติได้ดังนี้
          1.  ปลูกฝังจิตสำนึกของประชากรในชุมชน คือ การปลูกฝังให้ประชากรในชุมชนมีความรักท้องถิ่น เข้าใจถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผสมผสานให้เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ประชากรในชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติหมดสิ้นไปจากท้องถิ่น รวมทั้งยังสามารถช่วยกันดูแลรักษาความหลากหลาย

ทางชีวภาพให้ยั่งยืนอยู่คู่ชุมชนสืบไปได้

          2.  การควบคุมดูแล การควบคุมดูแลความหลากหลายทางชีวภาพโดยรัฐอาจเป็นการออกกฎหมายคุ้มครองหรือมีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมดูแลการค้าสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์ ตัวอย่างเช่น การลงนามความร่วมมือกันระหว่างประเทศในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) หรือ อนุสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งทำให้เกิดการควบคุมดูแลการค้าขายนำเข้าและส่งออกสายพันธุ์พืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อไม่ให้พืชหรือสัตว์สายพันธุ์ดังกล่าวถูกทำลายให้สูญพันธุ์ไปได้
            สำหรับในประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการควบคุมการค้าขายสายพันธุ์พืชที่ใกล้สูญพันธุ์ไว้ 68 ชนิด เช่น รองเท้านารีดอกขาว เอื้องฟ้ามุ่ย เอื้องเขาแกะ เป็นต้น และควบคุมการค้าขายสายพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ไว้ 12 ชนิด เช่น เสือโคร่ง แรด ช้าง เป็นต้น

      3. การอนุรักษ์ เป็นวิธีการป้องกันการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชน โดยอาศัยวิธีการอนุรักษ์ป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตนั้นถูกรุกรานจนสูญพันธุ์ไป มีการเก็บรวบรวมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตบางกลุ่มมาเลี้ยงเอาไว้ เพื่อศึกษาลักษณะการดำรงชีวิตและการขยายพันธุ์ เพื่อให้สามารถเพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตนั้นเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ตัวอย่างเช่น โครงการอนุรักษ์เต่าทะเลซึ่งให้ชาวบ้านช่วยกันสำรวจไข่เต่า หากพบก็จะดูแลจนไข่ฟักออกมาเป็นตัว แล้วจึงปล่อยกลับลงทะเล
ภาพที่ 4 โครงการอนุรักษ์เต่าทะเล เป็นโครงการที่อาศัยความร่วมมือของชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมช่วยในการอนุรักษ์เต่าทะเล
ที่มา  
http://image.mcot.net/media/images/2013-07-20/13743021453388.jpg

         ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่าและพันธุ์พืชภายในประเทศให้คงอยู่ จึงทรงมีพระราชดำริให้มีการจัดตั้งโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานแกนนำส่งเสริมและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในประเทศให้คงอยู่ และเป็นประโยชน์ให้แก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป
ภาพที่ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นวิธีการที่นำมาใช้ในการอนุรักษ์พันธ์พืช และใช้ขยายพันธุ์พืชบางชนิดที่ขยายพันธุ์ได้ยาก เช่น กล้วยไม้ต่างๆ เป็นต้น
ที่มา
 http://thaibizcenter.com/memberzone/images/Classifieds_Image772552161726.jpg


              4.  การส่งเสริม เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการควบคุมดูแลรักษาความหลากหลาย
ทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตที่อาจถูกทำลายได้ โดยการสนับสนุนอาจทำได้หลายวิธี เช่น การรณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ การให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม การฝึกอบรมแนวทางการอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นต้น โดยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ (
Research and Training Center on Nature Conservation) เพื่อเป็นศูนย์ความรู้แก่ประเทศกลุ่มอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในการพัฒนาและสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ และแนวทางการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น เพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นถิ่นลุ่มแม่น้ำโขงอย่างเหมาะสม

ภาพที่ 6 การศึกษาและเก็บข้อมูลของสิ่งมีชีวิตจะช่วยให้เข้าใจวิธีการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่างๆ จึงทำให้สามารถอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้น
ที่มา
  https://www.blogger.com

      5.  การทดแทน ในธรรมชาติระบบนิเวศที่ถูกบุกรุกและทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่จนสามารถกลับมาเป็นระบบนิเวศที่สมดุลดังเดิมได้ แต่การเปลี่ยนแปลงแทนที่นั้นอาจต้องใช้ระยะเวลายาวนานหลายร้อยปี แต่มนุษย์จะสามารถมีส่วนช่วยให้ระบบนิเวศเกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่ไปสู่จุดสมดุลได้เร็วขึ้น ด้วยการปลูกพืชที่เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ ในระบบนิเวศทดแทนระบบนิเวศเดิมที่ถูกทำลายลงไป เช่น การสร้างแนวปะการังเทียม การปลูกป่า เป็นต้น 
ภาพที่ การปลูกป่าชายเลนจะเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนมีความสมดุลดังเดิมได้มากขึ้น
ที่มา  http://www.rsunews.net/userfiles/images/Plantation.jpg



ใบความรู้ที่ 3
เทคโนโลยีชีวภาพกับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
         ในปัจจุบันนี้มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งก็คือ เทคโนโลยีที่สามารถนำสิ่งมีชีวิตหรือผลผลิตของสิ่งมีชีวิตมาปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์เอง โดยมนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำน้ำปลา ซีอิ้ว การหมักแอลกอฮอล์ การถนอมอาหารต่างๆ เป็นต้น การใช้เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร เช่น การปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ให้เพิ่มผลผลิตมากขึ้น และการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เช่น การใช้สมุนไพรรักษาโรคและบำรุงร่างกาย เป็นต้น 
Image result for http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/f3/Samadams2.jpg

ภาพที่ เทคโนโลยีการหมักเป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์กันมานานแล้ว เช่น การหมักแอลกอฮอล์


         ในยุคปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีชีวภาพต่างๆ มีรูปแบบที่ทันสมัยและสามารถให้ผลผลิตอย่างรวดเร็วมากขึ้น ทั้งยังมีการผสมผสานวิชาการหลากหลายสาขาเข้าด้วยกันตั้งแต่ความรู้ทางด้านชีววิทยา เคมี ชีวเคมี ไปจนถึงฟิสิกส์ชีวภาพเป็นสหวิทยาการที่นำความรู้พื้นฐานด้านต่างๆ เกี่ยวกับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยปัจจุบันมนุษย์มีการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ดังนี้
       1.  ด้านการแพทย์ เป็นการนำสาระสำคัญในสิ่งมีชีวิตมาใช้ในการรักษาโรค เช่น วัคซีน การใช้ฮอร์โมนอินซูลินรักษาโรคเบาหวาน เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีการใช้วิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ การปลูกถ่ายเซลล์ต้นตอ (stem cells) ยีนบำบัด (gene therapy) ในการแก้ปัญหาการมีบุตรยาก และการวินิจฉัยโรคบางชนิด

ภาพที่ 9 วัคซีนภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ เป็นสารที่ผลิตขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีชีวภาพ
ที่มา   http://www.anmum.co.th/myAdmin/upload/fck_file/Baby-Vaccines.jpg

         2.  ด้านการเกษตร เป็นการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้พัฒนาการเกษตรเพื่อการเพิ่มผลผลิต การปรับปรุงคุณภาพของผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรคและแมลง และเพื่อให้มีการผลิตสารสำคัญบางชนิดเพิ่มมากขึ้น เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การดัดแปลงสารพันธุกรรม การถ่ายยีน (gene transfer) ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically modified organisims) ที่เรียกว่า GMOs
ภาพที่ 10  เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันมากในการดัดแปลงพันธุกรรมของพืชผลทางการเกษตร
ที่มา  
http://2.bp.blogspot.com/-p7CTVNE7iG4/VFH7kDscfQI/AAAAAAAAAkQ/6R4Ry5_hrx0/s1600/gmo1.jpg

         3.  ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อลดสารพิษ กำจัดของเสีย และการรักษาสมดุลของสภาวะแวดล้อมต่างๆ เช่น การบำบัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ การลดปริมาณของเสียหรือวัสดุเหลือใช้ต่างๆ เป็นต้น โดยอาจใช้เทคโนโลยีการย่อยสลายของจุลินทรีย์ การสร้างเอนไซม์ในรูปแบบต่างๆ

ภาพที่ 11 ถังบำบัดน้ำเสียไบโอฟิล์ม จะมีจุลินทรีย์ชนิดใช้ออกซิเจน อาศัยอยู่ในช่องว่างของตัวกลางพลาสติก และยึดเกาะที่ผิวของตัวกลางในรูปของเมือกจุลินทรีย์ ซึ่งช่วยย่อยสลายอินทรียสารต่างๆ ที่ปนอยู่ในน้ำ ทำให้น้ำมีสารปนเปื้อนน้อยลง กลายเป็นน้ำทิ้งที่ได้มาตรฐานสามารถระบายลงสู่ทางระบายน้ำได้ โดยไม่เกิดมลภาวะต่อสภาพแวดล้อม
ที่มา   http://www.obecengineer.com/images/product/AQUA.jpg


         4.  ด้านอาหาร เป็นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการปรับปรุงคุณภาพอาหาร การถนอมอาหาร การผลิตอาหารรูปแบบต่างๆ เช่น การใช้จุลินทรีย์ในการหมักแอลกอฮอล์ การหมักนมโยเกิร์ต เป็นต้น
       5.  ด้านอุตสาหกรรม เป็นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อลดขั้นตอนการผลิตหรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีขึ้น เช่น การใช้จุลินทรีย์ในกระบวนการผลิตสารต่างๆ และการผลิตวัสดุชีวภาพให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีขึ้น เช่น การใช้จุลินทรีย์ในกระบวนการผลิตสารต่างๆ และการผลิตวัสดุชีวภาพ เป็นต้น
          6.  ด้านนิติเวชศาสตร์ เป็นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการตรวจสอบลักษณะจำเพาะของบุคคล ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยพิจารณาจากความเหมือนหรือแตกต่างของพันธุกรรม เช่น การตรวจยืนยันบุตร การพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุฆาตกรรม เป็นต้น

          7.  ด้านการอนุรักษ์ เป็นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อช่วยให้สามารถขยายพันธุ์พืชบางชนิดที่ขยายพันธุ์ได้ยาก การเก็บรักษาน้ำเชื้อของสิ่งมีชีวิตไว้ ทำให้สามารถนำมาขยายพันธุ์ให้เกิดลูก เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นได้ เป็นต้น
         ปัจจุบันมนุษย์ตระหนักถึงผลกระทบจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตมากขึ้น จึงได้มีการศึกษาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ตลอดจนมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด และเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การบบัดน้ำเสียด้วนจุลินทรีย์ เป็นต้น
ภาพที่ 12  การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีชีวภาพมีหลายด้าน

ที่มา  http://www.thaibiotech.info/Picture/biotech-application.jpg



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น