วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เรื่องที่ 6 ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมปัญหามลพิษ


ผลการเรียนรู้
          1. ศึกษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ วิเคราะห์สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและเสนอแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากร
          2. สืบค้นข้อมูล อภิปรายและอธิบาย ปัญหามลพิษ สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
          3. สืบค้นข้อมูล อภิปรายและอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

จุดประสงค์การเรียนรู้
          1. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมได้
          2. อธิบายการเกิดปัญหามลพิษ สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติได้

 สาระสำคัญ
                  สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยมนุษย์จะนำสิ่งแวดล้อมรวมถึงทรัพยากรที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นปัจจัยสำหรับการดำรงชีวิต เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสร้างที่อยู่อาศัยหรืออาจเรียกได้ว่าการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นการดำรงชีวิตแบบพึ่งพาสิ่งแวดล้อม
      การใช้ทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์โดยขาดการจัดการอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อตัวมนุษย์เองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบในด้านลบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆซึ่งเรียกว่า มลพิษ (pollution) โดยมลพิษที่เกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อมแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศและมลพิษทางดิน


ใบความรู้ที่ 1

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

        สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยมนุษย์จะนำสิ่งแวดล้อมรวมถึงทรัพยากรที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นปัจจัยสำหรับการดำรงชีวิต เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสร้างที่อยู่อาศัยหรืออาจเรียกได้ว่าการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็น การดำรงชีวิตแบบพึ่งพาสิ่งแวดล้อม 

ภาพประกอบที่ 1 มนุษย์มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในหลายๆด้าน เช่น การใช้เป็นอาหาร เป็นการสร้างที่อยู่อาศัย
ที่มา  http://www.bangkoksync.com/images/listings/ruenthaimahanakorn-1340958264-d_pic.jpg

          นอกจากการใช้เพื่อปัจจัยสำหรับการดำรงชีวิตมนุษย์ยังมีการใช้ทรัพยากรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในด้านต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่การใช้ประโยชน์ทางการเกษตร อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม 
          ในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงระยะเวลาที่มีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างไม่มีสิ้นสุด และหากไม่มีระบบการจัดการที่ดี ตั้งแต่การรักษา อนุรักษ์ และทดแทน ก็ย่อมส่งผลให้เกิดปัญหารุนแรงด้านสิ่งแวดล้อมในบางส่วนของโลกได้
          ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าวนี้ จะมีลักษณะคล้ายคลึงกันทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและที่กำลังพัฒนา เช่น ปัญหาด้านภาวะมลพิษที่เกี่ยวกับน้ำ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติทีเสื่อมสลายและหมดสิ้นไปอย่างรวดเร็ว เช่น น้ำมัน แร่ธาตุ ป่าไม้ พืช และสัตว์ ปัญหาเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานและชุมชนของมนุษย์ เช่น การวางผังเมืองและชุมชนอย่างไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความแออัดยัดเยียด การใช้ทรัพยากรผิด
          ประเภทและลักษณะ ปัญหาแหล่งทรัพยากรเสื่อมโทรม ตลอดจนปัญหาจากของเหลือทิ้งอันได้แก่ มูลฝอย พลาสติก เป็นต้น 

ใบความรู้ที่ 2
ปัญหามลพิษ
          การใช้ทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์โดยขาดการจัดการอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ส่งกระทบต่อตัวมนุษย์เองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบในด้านลบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่า มลพิษ (pollution) โดยมลพิษที่เกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อมสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
          1. มลพิษทางน้ำ (water pollution) หมายถึง แหล่งน้ำที่มีคุณภาพเสื่อมโทรมหรือมีสมบัติเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษปนเปื้อนอยู่มากจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้


ภาพประกอบที่ 2  มลพิษทางน้ำจะทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ในน้ำ และสิ่งมีชีวิตที่บริโภคน้ำจากแหล่งน้ำนั้น
ที่มา  http://4.bp.blogspot.com/-3SOKcSKz27Y/UR4e3hh5WiI/AAAAAAAAACo/R6Myvv9f1xM/s1600/Water-Pollution.jpg

        2. มลพิษทางอากาศ (air pollution) หมายถึง แหล่งน้ำที่มีคุณภาพเสื่อมโทรมหรือมีสมบัติเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษปนเปื้อนของแก๊สที่เป็นพิษ หรือฝุ่นละอองต่าง ๆ ในปริมาณที่มากกว่าปกติ ทำให้คุณภาพของอากาศเสื่อมไป และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์และพืช ทั้งในทางตรงและทางอ้อมได้

ภาพประกอบที่ 3 ฝนกรดเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากมลพิษทางอากาศซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งก่อสร้างต่างๆ
ที่มา  http://suchada.wikispaces.com/file/view/acid_rain3.jpg/361002162/acid_rain3.jpg

        3. มลพิษทางดิน (soil pollution) หมายถึง สภาวะที่ดินมีคุณภาพเสื่อมถอยลงหรือมีสมบัติเปลี่ยนแปลงไป จนมนุษย์ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชต่าง ๆ และอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งในทางตรงและทางอ้อมได้

ภาพประกอบที่ 4 ดินที่เสื่อมค่าไปจากเดิมหรือมีสารมลพิษเกินขีดจำกัดจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพและพลานามัยตลอดจนการเจริญ                             เติบโตของพืชและสัตว์
ที่มา  http://suchada.wikispaces.com/file/view/acid_rain3.jpg/361002162/acid_rain3.jpg


ใบความรู้ที่ 3
สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
          
             การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของสภาพทางธรรมชาติ พื้นผิวโลกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อาจมีผลต่อเนื่องถึงการเกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติได้ดังนี้
          1.  สาเหตุจากธรรมชาติ
          การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของสภาพทางธรรมชาติพื้นผิวโลกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อาจมีผลต่อเนื่องถึงการเกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติได้ ดังนี้
                    1. ไฟป่า (wildfire) เป็นตัวการในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรป่าไม้ ทั้งที่เป็นต้นไม้เล็กและใหญ่ สิ่งมีชีวิตรวมทั้ง จุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่ในป่า รวมถึงทรัพยากรที่ไม่มีชีวิต ซึ่งได้แก่ อินทรียวัตถุ และปุ๋ย เป็นต้น เมื่อทรัพยากรเหล่านี้ถูกทำลายจะเป็นสาเหตุให้ป่าไม้หยุดชะงักการเจริญเติบโต พื้นดินสูญเสียคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ และป่าที่ถูกทำลายจะไม่สามารถรักษาดุลยภาพของสิ่งแวดล้อมต่อไปได้ ทำให้เกิดภัยที่ตัดตอนการวิวัฒนาการของต้นพืชและสัตว์ป่าได้


ภาพประกอบที่ 5 เมื่อเกิดไฟป่าจะก่อให้เกิดการสูญเสียสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในป่าเป็นอย่างมาก
ที่มา  http://thai.cri.cn/mmsource/images/2011/04/03/55768e314aaa4ce8a5f5f153c81bd932.jpg

       ไฟป่าไม่เพียงก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจากเถ้าถ่าน ฝุ่นละออง และแก๊สพิษ ทำให้เกิดภาวะมลพิษทางอากาศ (air pollution) จนอาจส่งผลให้เกิดภาวะโรคต่าง ๆ ในมนุษย์ เช่น ตาแดง โรคในระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น

[24417-2.jpg]

ภาพประกอบที่ การเผาไหม้ของไฟป่า จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เนื่องจากเขม่าควัน ฝุ่นละอองและแก๊สต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อ
                       ระบบหายใจได้
ที่มา  http://3.bp.blogspot.com/_9-etwaEcnMc/SLZqKFU2CBI/AAAAAAAAAAM/Bn2wz92Vwh8/s1600-h/24417-2.jpg

         2. น้ำท่วม (flood) เป็นภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายประการ เช่น ฝนตกหนัก น้ำในแม่น้ำลำคลองถูกหนุนสูงขึ้น โดยเมื่อน้ำขึ้นสูงพ้นเหนือแนวตลิ่งของลำน้ำจนปกคลุมพื้นแผ่นดิน และหากการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำมีความเชี่ยวกรากก็อาจจะทำให้เกิดแผ่นดินถล่มได้ นอกจากนี้การไหลของน้ำบริเวณผิวดินยังทำให้เกิดการพัดพาเอาผิวหน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ไหลลงสู่ที่ต่ำทำให้ผิวหน้าดินขาดปุ๋ยธรรมชาติ และทำให้แหล่งน้ำในที่ต่ำกว่าเกิดการตื้นเขินได้


ภาพประกอบที่ น่ำท่วมทำให้เกิดการชะล้างผิวดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และในบริเวณที่มีน้ำขังเป็นเวลานานทำให้ดินเสื่อมสภาพได้
ที่มา http://dpm.nida.ac.th/main/images/flood2/l1.jpg

          พื้นที่ถูกน้ำท่วมเป็นระยะเวลานานจะมีสภาพที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพืช จึงทำให้พื้นที่นั้นเสียสมดุลธรรมชาติได้ โดยในบางพื้นที่อาจเกิดหรือทำการเกษตรกรรมได้ ซึ่งดินที่เสียสภาพนี้จะอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า มลพิษทางดิน (soil pollution) ส่วนปุ๋ยและสารผิวดินที่เป็นทั้งสารอินทรีย์และอนินทรีย์ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำที่ต่ำกว่า และเมื่อน้ำในแหล่งน้ำลดลงสารต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกขังอยู่ในแหล่งน้ำนั้นและก่อให้เกิดสภาพน้ำที่มีสารต่าง ๆ ปนอยู่สูง เป็นมลพิษทางน้ำ (water pollution) ได้
           3. แผ่นดินไหว (earthquake) เป็นภัยธรรมชาติที่เป็นสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติโดยหากเกิดแผ่นดินไหวที่เกินกว่า 5 ริคเตอร์ขึ้นไปจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ตั้งแต่สิ่งก่อสร้าง การพังทลายของแผ่นดิน ทำให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของพืชและสัตว์เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียของพืชพันธุ์ สัตว์ป่า ตลอดจนจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กชนิดต่าง ๆ ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติได้


ภาพประกอบที่ 8 แผ่นดินไหวจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และความสูญสียของพืชและสัตว์ต่างๆได้
ที่มา http://paipibat.com/wp-content/uploads/Haiti.jpg

          4. ภูเขาไฟระเบิด (volcano) เป็นภัยธรรมชาติที่เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากเนื่องจากเมื่อเกิดการระเบิดของภูเขาไฟจะทำให้หินเหลวที่มีความร้อนสูงที่อยู่ใต้ผิวโลก เรียกว่า แมกมา (magma) พุ่งออกมาสู่ผิวโลก เรียกว่า ลาวา (lava) หินหลอมเหลวที่มีความร้อนสูงเหล่านี้จะไหลเข้าทำลายสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป และต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเกิดการแทนที่กลับมาเป็นระบบนิเวศที่สมดุลเช่นเดิมได้อีกครั้ง


ภาพประกอบที่ 9 ลาวา เขม่าควัน และฝุ่นละอองต่างๆที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับการระเบิดของภูเขาไฟจะก่อให้เกิดผลเสียต่อ
                      สิ่งแวดล้อมต่างๆอย่างมาก
ที่มา http://uc.exteenblog.com/kakanag2011/images/artsmen-dot-net_ans4361_27822782.jpg
      http://www.xn--42c8ao1akazf5c2be0gsk.com/wp-content/uploads/2011/12/bawa.jpg

         นอกจากนี้ไอระเหยหรือควันที่เกิดจากภูเขาไฟ จะมีกำมะถันปนอยู่มาก ซึ่งจะก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตอีกด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตอีกด้วย หากเกิดการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำจะก่อให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ในมหาสมุทร น้ำท่วมตามเกาะและเมืองชายฝั่งทะเลได้ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งตามหมู่เกาะฮาวาย คลื่นขนาดใหญ่นี้มีชื่อเรียกว่า สึนามิ (tsnami) เกิดจากแผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม หรือภูเขาไฟระเบิดใต้พื้นมหาสมุทร
2.  สาเหตุจากมนุษย์
          ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่จะมีมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ถูกวิธี ไม่เหมาะสม หรือไม่มีการควบคุม จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียหายตามมา โดยหากพิจารณาถึงสาเหตุการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ จะสามารถแบ่งเป็นสาเหตุต่าง ๆ ได้ดังนี้
                   1. การเพิ่มของประชากร เนื่องจากประชากรทั่วโลกจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นในแต่ละปี ซึ่งการเพิ่มมากขึ้นของประชากรโลกก็จะนำมาซึ่งความต้องการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต จึงทำให้เกิดผลต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมาย เช่น การเพิ่มพื้นที่ทำกินทางการเกษตร การบุกรุกทำลายป่า การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าต่าง ๆ เป็นต้น ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มากขึ้นเช่นนี้จะส่งผลให้เกิดการบุกรุกทำลายสิ่งแวดล้อมจนนำไปสู่การเสียสมดุลทางธรรมชาติได้


ภาพประกอบที่ 10 ในปัจจุบันมีประชากรในแต่ละประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความหนาแน่นในเมืองสำคัญต่างๆและมีการใช้                                   ทรัพยากรที่เพิ่มมากขึ้น
ที่มา http://www.sahavicha.com/UserFiles/Image/630(6).jpg


              2. การขยายตัวของชุมชนเมือง เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติต่าง ๆ เนื่องจากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว โดยขาดการวางแผนผังการใช้พื้นที่ล่วงหน้าหรือไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เช่น ปัญหาการใช้ทรัพยากรประจำท้องถิ่น ปัญหาการควบคุมดูแลทรัพยากร และปัญหาการกำจัดของเสีย เป็นต้น นอกจากนี้หากการขยายตัวของชุมชนส่งผลให้เกิดการสร้างแหล่งอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งหากมีการควบคุมดูแลที่ไม่เหมาะสมก็ย่อมจะก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างมาก


ภาพประกอบที่ 11 ปัญหาความหนาแน่นของประชากรและขยายตัวของชุมชน เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนเมือง โดยเฉพาะความหนาแน่นและการขยายตัวของชุมชนที่ไม่ได้มีการวางแผนรองรับ ปัญหานี้เกิดจากอัตราการเพิ่มของประชากรอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของแหล่งงานได้แก่ บริเวณพื้นที่อุตสาหกรรมจะมีการอพยพย้ายถิ่นของประชากรจำนวนมากเข้ามายังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความหนาแน่นของประชากร ทำให้ระบบสาธารณูปโภค-สาธารณูปการไม่พอเพียงต่อความต้องการ และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งจำเป็นจะต้องอาศัยการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม นอกจากนี้การขยายตัวของชุมชนที่ไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดการใช้พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ อันนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อม
ที่มา  http://sv6.postjung.com/picpost/data/223/223742-516985a7b136e.jpg

                3. เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่นำมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การใช้สารเคมีต่าง ๆ เช่น ยาฆ่าแมลงและปุ๋ย จะส่งผลให้เกิดการตกค้างของสารเหล่านี้ในดินและอาจกระจายไปสู่แหล่งน้ำหรือระบบนิเวศต่าง ๆ นอกจากนี้สารเคมีเหล่านี้ยังสามารถสะสมและตกค้างในตัวสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสายใยอาหาร ดังนั้น หากมีการใช้สารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากและเป็นเวลานานก็จะทำให้ในผลผลิตจากทั้งพืชและสัตว์มีการปนเปื้อนสารเคมีได้


ภาพประกอบที่ 12 การใช้ยาฆ่าแมลงแม้จะให้ความสะดวกในการกำจัดศัตรูพืชต่างๆแต่ก็มีผลเสียที่สารเคมีเหล่านี้สามารถตกค้างอยู่ในสิ่ง                         แวดล้อมได้นานและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆได้
ที่มา  http://www.malaeng.com/blog/tmp/2010/08/sumatra-may06-6.jpg

              4. การสร้างสิ่งก่อสร้าง การสร้างถนน อ่างเก็บน้ำ เขื่อน นับว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ป่าไม้ ดิน และน้ำถูกใช้ไป นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าในพื้นที่นั้น เนื่องจากการทำลายถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าได้ เมื่อมนุษย์สร้างสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้มีการทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง ป่าจะเสื่อมโทรมลงและอาจหมดไปได้ สัตว์ป่าต่าง ๆ จะไร้ที่อยู่อาศัย และอาจสูญพันธุ์ไปในที่สุด


ภาพประกอบที่ 13 เขื่อนเป็นสิ่งก่อสร้างที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากมายแต่ในการสร้างเขื่อนก็เป็นการทำลายพื้นที่ป่าไม้เป็นบริเวณ                           กว้างด้วย ดังนั้นการสร้างเขื่อนจึงต้องมีการพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วนก่อน

ที่มา  http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/0/286/16/4/4/mouse005.jpg

              5.  การกีฬา ในด้านการกีฬาส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกิดกับทรัพยากรสัตว์ป่า เช่น การยิงนก การตกปลา และการล่าสัตว์ เป็นตน ซึ่งถ้าหากเป็นไปเพื่อการกีฬาอย่างแท้จริง มีการกำหนดกฎเกณฑ์หรือมาตรฐานต่าง ๆ ที่ชัดเจน ก็จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากนัก แต่หากเป็นการแข่งขันเพื่อทำลายสถิติด้านจำนวน ก็จะมีการนำอาวุธที่ร้ายแรงและทันสมัยมาใช้มากยิ่งขึ้น สัตว์ป่าที่ได้มาก็จะนำเพียงส่วนหนึ่งของที่ได้หรือเพียงบางส่วนของร่างกายไปเป็นอาหารหรือเครื่องใช้เท่านั้น ส่วนที่เหลือก็จะถูกทิ้งไว้ในป่า ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่คุ้มกับการสูญเสียชีวิตและพันธุกรรมของสัตว์ป่า 


ภาพประกอบที่ 14 ป่าไม้ อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้ถูกทำลายลงไปมาก ตลอดจนการไล่ล่าของมนุษย์จึงทำให้ปริมาณสัตว์ป่ามีจำนวนลดน้อยลงทุกปีจนบางชนิดสูญพันธุ์บางชนิดก็ใกล้จะสูญพันธุ์เพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติจึงจำเป็นที่เราจะต้องช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าไว้โดยเร่งด่วน
ที่มา   http://f.ptcdn.info/699/024/000/1413818084-verreauxsi-o.jpg

     6. การสงคราม จะก่อให้เกิดการกระตุ้นให้นำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้มากขึ้น ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้มากขึ้น ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรแร่ธาตุเพื่อการผลิตอาวุธและเครื่องมือต่าง ๆ บางครั้งมีการเร่งขุดเจาะน้ำมันดิบเพื่อขายและแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา เพื่อนำไปซื้ออาวุธที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพการทำลายล้างสูงมาต่อสู้กัน ซึ่งผลของสงครามก็คือการสูญเสียทั้งสองฝ่าย ทั้งด้านทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรอื่น ๆ เช่น การทิ้งระเบิดทำลายบ่อน้ำมันของอิรักในปี พ.ศ. 2536 ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งปริมาณน้ำมันที่สูญเสียไปจากการทิ้งระเบิดเพียงครั้งเดียวนี้ อาจจะต้องอาศัยระยะเวลานานเป็นหลายล้านปีจึงจะเกิดขึ้นได้


ภาพประกอบที่ 15 สงครามจะทำให้เกิดการสิ้นเปลือง และมีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆมากเกินความจำเป็น
ที่มา  http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2013/04/for05070456p1.jpg

             7. ความไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลาย ๆ ครั้งที่คนเราทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่รู้ถึงสาเหตุและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขาดข้อมูล ความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้เราเกิดมุมมองและเกิดความสัมพันธ์ต่อสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน โดยขณะที่นักอนุรักษ์ของป่าไม้และสัตว์ป่า แต่ภาคอุตสาหกรรมกลับนึกถึงวัตถุดิบที่เป็นปัจจัยในการผลิตเป็นต้นทุน นักเศรษฐศาสตร์จะนึกถึงทรัพยากรที่ต้องใช้ให้คุ้มค่า ชาวนาจะนึกถึงฝนเกษตรกรบางกลุ่มยังมุ่งเน้นการทำการเกษตรที่ต้องใช้สารเคมีในปริมาณมาก ฯลฯ สังคมยังขาดความเข้าใจถึงสิ่งแวดล้อมในลักษณะของภาพรวมที่เป็นความสัมพันธ์ร่วมกันของสิ่งต่าง ๆ ที่เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นที่จุดใดจุดหนึ่งก็จะมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงระบบนิเวศที่เป็นภาพรวมด้วย ดังนั้นในการกระทำสิ่งใด เราควรพิจารณาให้ดีก่อนว่าการกระทำนั้น จะเป็นการทำลายหรือก่อให้เกิดผลกระทบในด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาวได้หรือไม่




ใบกิจกรรม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น